fbpx

ทำไม!!! ไอศครีมไผ่ทอง ถึงสะกด 2 แบบ ใครแท้! ใครเทียม! ส. หรือ ศ. และเรื่องจริง!! ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

ไอสครีมไผ่ทอง ไอสครีมที่วิ่งผ่านหน้าออฟฟิศของผมทุกวัน เห็นกันอยู่ทุกวัน เจอมาก็หลายคัน แต่พอลองมานั่งนึกดี ๆ เรารู้จักไอสครีมไผ่ทองดีแค่ไหนกันนะ?

เรารู้ไหมว่ามันมาจากไหน? จากใคร? และ ทำไมไอสครีมไผ่ทองมันมี 2 เจ้า เจ้านึง สะกดด้วย ส อีกเจ้าสะกดด้วย ศ อันไหนคือของจริงกันแน่ ?

.

วันนินจาการตลาดจะมาสรุปให้ในโพสต์เดียว

 

อ่านต่อ
นินจาการตลาด

1. จุดเริ่มต้นของแบรนด์ไผ่ทองที่มีมายาวนานกว่า 70 ปี  ตั้งแต่ยุคของ นายกิมเซ้ง แซ่ซี ที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
.

2. มาเริ่มอาชีพในเมืองไทยด้วยการเป็นพนักงานขายไอศกรีม และสิ่งที่เขาได้รับมาตลอด คือคำติเตียนจากลูกค้าที่ไม่พอใจในรสชาติ
.

3. เพราะในแต่ละวันรสชาติของไอศครีมนั้นไม่คงที่เลย และเมื่อเขาเอาคำต่อว่าของลูกค้าไปบอกเจ้าของโรงงานก็กลับกลายเป็นถูกไล่ให้ไปปรับปรุงเอง นั่นแหละครับ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้กิมเซ้งลาออก และออกมาผลิตไอศกรีมในแบรนด์ของตัวเองซะเลย
.

4. เมื่อก่อนเขาไม่ได้ใช้ชื่อว่า ไผ่ทองเหมือนอย่างทุกวันนี้นะครับ เมื่อก่อนเขาใช้ชื่อว่า “หมีบิน”
.

5. แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือมันขายดีมาก จนต้องสั่งซื้อเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นมาใช้ในการผลิต พร้อมปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น
.

6. ส่วนที่มาของการเปลี่ยนชื่อมาจาก คำว่าหมีบิน มันดันไปคล้ายกับนมตราหมี ซึ่งมันอาจจะทำให้ลูกค้าสับสนได้ 

.

7. อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เปลี่ยนชื่อ จากหมีบิน มาเป็น “ไผ่ทองไอสครีม” เพราะคำว่า ไผ่ทองมาจากคำว่า กิมเต็ก แปลว่า คนที่มีคุณธรรมดั่งทอง

 

8. และไผ่เป็นไม้มงคลของคนจีน ก็เลยใช้ชื่อไผ่ทองทำตลาดไอศกรีมตั้งแต่นั้นมาเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวจีน

นินจาการตลาด

9. ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับแบรนด์ “ไผ่ทอง” เพราะเกิดกรณีพิพาท “ตัวจริง” “ตัวปลอม” เกิดขึ้น ทำให้หลาย ๆ คนเกิดสับสนว่าอันไหนของจริงกันแน่?
.

10. ระหว่างกลุ่มแรก คือ กลุ่ม “ไผ่ทองไอศกรีม” ที่มีจุดเด่นของแบรนด์คือการใช้ “ส.” เป็นตัวสะกด และใช้ต้นไผ่เป็นตัวสะกดแทน “ไ”
.

11. กลุ่มที่สองคือ กลุ่ม “ไผ่ทองไอศครีม” ที่มีจุดเด่นของแบรนด์คือการใช้ตัวสะกดด้วย “ศ.” และมีต้นไผ่เป็นส่วนประกอบ
.

12. สรุปง่าย ๆ คือ (ส) มาก่อนนะครับ โดยธุรกิจไผ่ทองเนี่ย เขาทำกันในแบบลักษณะของครอบครัว มีคุณแม่และลูก ๆ 8 คน ช่วยกันสร้างแบรนด์ขึ้นมา ส่วนสาเหตุที่ใช้คำว่า “ไอสครีม” เป็น ส.เสือ นั้น ทางครอบครัวให้เหตุผลว่าต้องการให้น่าสนใจ และแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ นั่นเองครับ
.

13. คุณรตา ฝ่ายของไผ่ทองไอสครีม (ส.เสือ) ให้สัมภาษณ์ว่า “เมื่อก่อนธุรกิจนี้ทำกันทั้งครอบครัว แต่ลูกชายคนที่ 7 ของเขา ได้ออกจากบ้านไปทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ปี พ.ศ.2538” เธอบอกว่าเขาออกไปทำหลายธุรกิจ แล้วก็ไม่ได้มีการติดต่อกับมาหาที่บ้านเลย

14. แต่มาทราบภายหลังว่าไปทำไอศกรีมของตัวเอง โดยใช้ชื่อ “ไผ่ทองไอศครีม” (เปลี่ยนจาก ส.เป็น ศ.) และโลโก้คล้ายกับของที่บ้าน 

.

15. แถมยังมีก็บรรดาลูกค้ามาร้องเรียน เรื่องคุณภาพของไอศครีมไผ่ทอง ว่าทำไมรสชาติไม่ค่อยเหมือนกัน

.

16. ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้คุณน้ายเฮียง ซึ่งเป็นคุณแม่ ฟ้องลูกชายของตัวเอง…..

นินจาการตลาด

17. มาถึงเคล็ดลับที่ไม่ลับของ “ไผ่ทอง” การจะขายให้ดีและอยู่ได้นานนั้น จะต้องใส่ใจและรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า, การให้ความสำคัญกับคำพูดและความรู้สึกของลูกค้า
.

18. ส่วนกลยุทธ์การขายของไอสกรีมไผ่ทองจะเน้นการตลาดแบบกองทัพมด คือ เน้นใช้รถเร่เป็นหลัก โดยมีข้อดีคือคนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่เยอะ เงินทุนไม่สูง สามารถมีอาชีพเป็นของตัวเองได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเช่าร้าน

นินจาการตลาด

19. ในส่วนของราคาของไอสครีมก็มีหลายราคาด้วยกันครับ มีทั้งถ้วยเล็ก ถ้วยใหญ่ ใส่ขนมปังหรือไม่ใส่ หรือจะใส่ถ้วยโคนก็มี โดยมีไอศกรีมอยู่ถึง 8 รสด้วยกัน
.

20. ส่วนมากพ่อค้าก็จะมีรายได้ตั้งแต่ 500-800 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทำเลในการขายและความขยันตั้งใจของผู้ลงทุนเองด้วย
.

21. และด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ทำให้ไอสครีมไผ่ทองเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ ไผ่ทอง จึงได้ต่อยอดปรับรูปแบบใหม่แตกไลน์มาเป็น บริการเดลิเวอรี 

.

22. โดยใช้ชื่อว่า “ไผ่ทองสเตชั่น” จัดจำหน่ายอยู่ที่กล่องละ 390 บาท มีอัตราค่าบริการจัดส่งขึ้นอยู่กับ ผู้ให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี แต่ละราย ที่มีการบริหารจัดการ หรือ ทำโปรโมชันแตกต่างกันออกไป
.

23. สำหรับแนวทางการทำตลาดไผ่ทองไอสครีม ในช่วงที่ผ่านมา จะใช้ ตัวแทนจำหน่าย เป็นผู้ดูแลในแต่ละพื้นที่ขาย คือ “หนึ่งตัวแทนจัดจำหน่ายดูแลหนึ่งเขต”
.

24. โดย ตัวแทนจำหน่าย แต่ละรายมีหน้าที่บริหารยอดขายของตัวเองในแต่ละพื้นที่ และมีรูปแบบการจำหน่ายภายใต้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น หน่วยรถเข็น, รถพ่วงมอเตอร์ไซค์, สาวรถเข็น ฯลฯ ซึ่งแต่ละเจ้าจะมีกี่ยูิต ก็ได้ไม่จำกัด
.

25. โดยตัวแทนจำหน่าย จะมีรายได้จากยอดขายสินค้าที่รับมาจากโรงงาน ในรูปแบบ “ซื้อมาขายไป” ให้กับผู้ประกอบการรถเข็นที่มาซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายนั้น ๆ อีกทอดหนึ่ง

นินจาการตลาด

26. ซึ่ง “กำไร” ได้มาเท่าไหร่ก็จะเป็นของ พ่อค้า แม่ค้า รายย่อย ๆ ตามรถสินค้านั้น ๆ
.

27. การตลาดแบบกองทัพมด!!! ไอสกรีมไผ่ทอง เขาใช้การตลาดแบบกองทัพมด โดยผ่านรถเข็นและรถซาเล้งที่ตระเวนขายตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ
.

28. โดยรถขายไผ่ทองติดสติกเกอร์สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ว่าไผ่ทอง โดยราคาจำหน่ายไม่กำหนดราคาตายตัว โดยให้ผู้ขายที่เป็นรถเข็นสามารถตั้งราคาได้ตามความเหมาะสม 

.

29. ทำให้ราคาจำหน่ายไอสกรีมไผ่ทองแต่ละที่ราคาไม่เท่ากัน เช่นราคาขายในเมืองอาจจะแพงกว่าชานเมือง เป็นต้น

.

30. ในแง่ของการเติบโตไอสครีมไผ่ทอง ถือว่าเป็นแบรนด์ แบรนด์นึงที่สามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด ส่วนหนึ่งเกิดจากกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย
.

31. ในส่วนของรายได้นั้น ถ้าดูข้อมูลจากช่วงที่ผ่านมาถือว่าไม่ธรรมดาเลยนะครับ ยกตัวอย่างในปี 2560 รายได้มากกว่า 75 ล้านบาท

นินจาการตลาด

32. ซึ่งตัวเลขรายได้นี้มีแนวโน้มจะสูงขึ้นในทุก ๆ ปี แต่อาจจะมีสะดุดบ้างในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด แต่เชื่อว่าถ้าสถานการณ์คลี่คลายรายได้ของไผ่ทองไอสกรีมจะกลับมาทะยานขึ้นอีกได้อย่างแน่นอนครับ

.

33. ภายใต้ความดุเดือดของตลาดไอศครีม ที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังจากต่างประเทศ หรือของไทย บางแบรนด์ก็ต้องล้มหายตายจากไปเพราะโควิด ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่ไผ่ทองยังอยู่รอด
.

34. และเคล็ดลับความยั่งยืนของไอสครีมไผ่ทองกลับเป็นอะไรที่ง่าย ๆ แต่ทรงพลังอย่างการขายของราคาถูก 

.

35. ซึ่งบางทีอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการทำธุรกิจ แต่หลาย ๆ คนกลับมองข้าม และการลงทุนขายไอศกรีมแบบรถเร่อย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

36. จุดสำคัญของมัน คือใช้เงินลงทุนน้อย แต่….ต้องขยันและมีความอดทนสูงมาก และในเรื่องของวิธีการลงทุนนั้นไม่ยุ่งยากเลยครับ

.

37. แค่มีบัตรประจำตัวประชาชนกับเงินทุนเริ่มต้นหลักพันบาท ก็สามารถเริ่มต้นอาชีพนี้ได้แล้ว หรือจะสมัครเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายเพื่อรับตัวแทนรายย่อยก็ถือว่าน่าสนใจนะครับ มันก็น่าจะช่วยให้เรามีรายได้จากการลงทุนได้มากขึ้นด้วยครับ

นินจาการตลาด
สามารถติดตามเนื้อหาสุด Exclusive ของนินจาการตลาดที่ไม่ได้ลงที่ไหนและคอร์สเรียนฟรี ให้พิเศษเฉพาะใน Facebook กลุ่มปิด “Digital Media Planning” คลิกไปขอเข้าร่วมได้เลย มีอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด
นินจาการตลาด
และหากมีคำถามอยากให้ช่วยเหลือด้านการสื่อสารการตลาดดิจิทัล ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Media), เนื้อหา (Content) และ กลยุทธ์ (Strategy) สามารถเข้าไปทักสอบถาม อ.ออดี้ และผู้รู้มากมายใน “หมู่บ้านนินจา” LINE OpenChat 

ติดตามอ่านความรู้ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ในบทความครั้งต่อไป
กับ อ.ออดี้ – กิตติชัย ได้ใน Blog ของ นินจาการตลาด ที่นี่…

audy

audy

Leave a Replay

Sign up for our Newsletter

ติดตามบทความด้านการตลาดฟรีๆมากมายเพียงกรอกอีเมล์ด้านบนนี้

Shopping Cart
Scroll to Top