fbpx

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ Clubhouse ฮิตติดกระแสไปทั่วโลก หากอธิบายด้วยหลักการตลาด

เตรียมพร้อมหรือยังกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ในแฟลตฟอร์มที่อาจจะไม่ได้ใหม่ แต่เพิ่มยอดขายสุดปัง แถมยังทำให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

นาทีนี้ถ้าไม่พูดถึงแอป Clubhouse ก็คงจะกระไรอยู่ ในฐานะของแพลตฟอร์มที่ให้ความรู้ด้านการตลาด อย่างนินจาการตลาด คงต้องเอาเรื่องนี้มาพูดกันสักหน่อย แต่คงจะไม่ใช่การเล่าเรื่องของ Clubhouse ว่าแอปนี้ใช้งานยังไง หรือมันดีสำหรับเราไหม ผมว่าน่าจะมีหลายคนพูดถึงมากแล้วครับ

อ่านต่อ

สิ่งที่จะมาพูดกันในวันนี้คือ การมาของแอปนี้ทำให้เกิดกระแสที่จะเรียกว่าไวรัลขนานใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะมีคนพูดถึงแอปนี้กันเยอะมาก ถึงจะไม่มากจนกระทบแฟลตฟอร์มโซเซียลมีเดียรุ่นพี่ อย่าง Facebook หรือ Twitter แต่ก็ทำให้แฟลตฟอร์มใหญ่ ๆ เหล่านั้น ก็หันมาจับตามอง จนถึงขั้นมีกระแสข่าวว่าจะปรับปรุงหรือเพิ่มฟีเจอร์ของตัวเองให้มีความคล้ายกันกับ Clubhouse ด้วย

อย่างที่รู้ครับ การเข้าไปใช้งานแอป Clubhouse เติบโตรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ขนาดว่ามีแต่คนที่ใช้ IOS เท่านั้นที่สามารถได้รับเชิญเข้าร่วมแอปได้ แอป Clubhouse ยังบูมขนาดนี้ ถ้าวันที่แอปเปิดตัวบน Android ขึ้นมา ผมว่ากระแสอาจจะแรงมากขึ้นอีก

เอาหล่ะ… เข้าเรื่องของวันนี้กันเลย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ในการเรียนรู้การเติบโตของแอป Clubhouse ผมเลยหยิบนำเอาทฤษฎีหนึ่งที่ชื่อว่า Technology Adoption มาลองวิเคราะห์เปรียบเทียบและอธิบายให้นักธุรกิจได้อ่านกัน เพราะหลักการนี้มีบริษัทที่มีสินค้าทั้งเทคโนโลยีและไม่ใช่เทคโนโลยี รวมถึงมีนักการตลาดเอาไปใช้วิเคราะห์การสื่อสารการตลาดกันอยู่มากมาย Apple ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

ว่าไปแล้ว Technology Adoption จะเรียกว่าเป็นหลักการตลาดเลยก็อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมเห็นว่าเป็นภาพ หรือหลักการที่อธิบายปรากฏการณ์เรื่องนี้ได้อย่างดี ก็เอาล่ะถือว่ามีหลักการบางอย่างเอามาจับเพื่อทำให้เราเข้าใจภาพใหญ่ของการขยับตัวของการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ได้ ผมว่าถ้าเราเข้าใจมันและสามารถแกะมันมาใช้กับธุรกิจของเราได้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะ Technology Adoptor เองก็ได้รับการยอมรับว่าใช้ได้ดี และมีธุรกิจขนาดย่อมหลายแห่งนำไปใช้ สร้างความสำเร็จมากมาย โดยที่เราเองไม่เคยมองเห็นภาพเดียวกับเค้า เห็นแต่ว่าเค้าทำสำเร็จ อยากทำตามก็ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง

นินจาการตลาด
อะไรคือ Technology Adoption

วันนี้เราจะมาเห็นภาพนี้พร้อมกัน (สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จัก Technology Adoption จริง ๆ) โดยการเอามาเล่าเปรียบเทียบกับการฮิตติดกระแสของแอป Clubhouse ไปด้วยเลยครับ

 

จากภาพ ให้มองแกน x (แนวนอน) เป็นเวลานะครับ โดยฝั่งซ้ายสุดคือจุดเริ่มต้นของการสื่อสารครั้งแรก และด้านขวาคือจุดสิ้นสุดของการสื่อสาร

นินจาการตลาด
Innovators ผู้จุดไฟให้ติด

นั่นหมายความว่าในช่วงแรก จะมีกลุ่มคนเพียง 2.5% เท่านั้นที่กระโดดเข้ามามีส่วนร่วมกับสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ซึ่งเราเรียกว่าผู้บุกเบิก (Innovators)  ถ้ามองในมุมของแอป Clubhouse จะเห็นว่า เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 ในช่วงเดือนเมษายน และก็มีผู้คนเข้ามาใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเดือนธันวาคม 2020 มีผู้ลงทะเบียนใช้อยู่ 600,000 คน

ผู้ใช้กลุ่มแรก​ ๆ​ นี้แหล่ะที่เรียกว่า Innovators เป็นผู้บุกเบิกการใช้งานบริการ ใช้งานสินค้าหรือ ใช้งานแอปเป็นกลุ่มแรก แน่นอนว่ามูลค่าต่อชิ้นของสินค้าในช่วงเวลานี้จะสูงมาก หรือต้องแลกมาด้วยต้นทุนเวลาที่ต้องใช้กับมันที่สูงกว่าช่วงอื่น ๆ แต่ผู้คนกลุ่มนี้ยอมจ่ายมันครับ ไม่ว่าสินค้านั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อเค้าหรือไม่ เอาเป็นว่ากลุ่มนี้กล้าเสี่ยงมากครับ

นินจาการตลาด
Early Adopters ผู้หยิบฟืนที่ติดไฟ ไปกระจายกองใหม่ต่อ

ต่อมาเรียกว่ากลุ่มผู้นำกระแส (Early Adopters) มันจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างของสังคม ชอบหาอะไรใหม่ ๆ มาแสดงหรือนำเสนอ มักติดตามดูและพร้อมทำตามทันทีหาก Innovators บอกว่ามีอะไรที่ดี คนกลุ่มนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายต้นทุนที่อาจจะได้รับมาไม่คุ้มกับที่เสีย เอาจริง ๆ เค้ามองว่ามันคุ้มเสมอ ขอแค่ได้ลองเถอะ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์จริงจังก็ตาม ซึ่งคนกลุ่มนี้ มีมากถึง 13.5%

สำหรับในเคสของแอป Clubhouse นี้ อีกหนึ่งคนที่เป็น Early Adopters ตัวหลักเลยก็คือ อีรอนมักส์ เกิดจากการที่เขา เข้าไปใช้แอป Clubhouse ในห้อง Good Time Club เมื่อเดือนมกราคม 2021 นับเป็นอีกหนึ่งตัวจุดกระแส ที่ทำให้ Early Adobters ที่เป็นผู้นำและผู้กระจายความคิดใหม่ ๆ ทั่วโลกหันมาสนใจในแอปนี้อย่างจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ซึ่งในมุมมองของผมอีรอนมักส์ก็ถือว่าเป็น Early Adopters ที่มีความเป็น Innovators สูงอยู่นะครับ จะมองว่าเค้าเป็น​ Innovators ก็ได้

เมื่อกองไฟกระแสถูกจุดด้วย Innovators แล้ว จะติดจะดับก็อยู่ที่ช่วงนี้แหละครับ เจ้าของสินค้าต้องคอยฟัง Innovators ตลอดเวลา เพราะมันคือข้อมูลจริง ความต้องการจริง แล้วคอยปรับปรุงสินค้าให้ไฟยังติดอยู่ ซึ่งหากติดดี Early Adopters ก็จะเข้ามาหยิบเอาท่อนไม้หรือฟืนที่ติดไฟกองนั้นออกไปกระจายสร้างกองไฟใหม่ ๆ กับกลุ่มผู้ที่ติดตามพวกเค้าอยู่ นั่นก็คือกลุ่มผู้อยู่ในกระแส (Early Majority)

ซึ่ง ณ ตอนนี้ สำหรับแอป​ Clubhouse​ ก็ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมานี่แหละครับ ช่วงที่ผู้คนเริ่มแห่กันเข้ามาในกองไฟที่กระจายออกไปตามแหล่งต่าง ๆ จากกลุ่ม​ Early Adopters ที่พวกเค้าติดตามกันอยู่

นินจาการตลาด
Early Majority แมลงเล่นไฟที่เลือกใช้ความสว่างต่อชีวิต

คนกลุ่ม Early Majority นี้​ จะเฝ้าดูจนกว่าจะมีความมั่นใจจริง ๆ ถึงจะเข้ามาเล่นในกระแส ถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่เข้ามาร่วมครับ ถ้าวางกลยุทธ์​การสื่อสารการตลาดดี​ ๆ​ จะชนะหรือแพ้ก็ตัดสินกันอยู่ที่คนกลุ่มนี้เลยครับ​ ถ้าทำให้กลุ่มนี้เข้ามามีส่วนร่วมและใช้สินค้ามาก​ ๆ​ ได้​ ก็หมายถึงการกวาดได้แทบทั้งตลาดนั้นแล้วครับ​ เพราะคนกลุ่มนี้มีมากถึง 34% เลยทีเดียว

ถ้าทำได้ถึงตอนนี้​ ช่วงนี้แหละ​ที่ธุรกิจจะกอบโกยรายได้อย่างมหาศาล​ เป็นช่วงที่มีแนวโน้มทำกำไรมากที่สุด​ เพราะอย่างที่เห็น​ จำนวนของ​ Early​ Majority มีมากกว่ากลุ่ม​ Innovators​ รวมกันกับ​ Early​ Adopters​ เสียอีก​ นั่นจึงเป็นเหตุว่า​ธุรกิจส่วนใหญ่จึงมักเล็งเป้ามายังกลุ่ม​ Early​ Majority​ กันทันทีตั้งแต่เริ่มต้นสื่อสารการตลาด​ แต่ก็มักจะล้มเหลวหากทำเช่นนั้น​ เพราะความยั่งยืนมักมาจากความน่าเชื่อถือ​ ซึ่งความน่าเชื่อถือ​พูดเองด้วยตัวเองไม่ได้​ ต้องให้คนอื่นพูดให้​ โดยเฉพาะ​ผู้ที่มีอิทธิพล​ต่อการตัดสินใจต่อกลุ่มเป้าหมายวงกว้าง​ นั่นก็หมายถึง​ กลุ่ม​ Innovators​ และ​ Early​ Adopters​ นั่นเอง

ดังนั้นถ้าอยากให้มีคนเข้ามาอยู่ในกระแสช่วง​ Early Majority มาก​ ๆ​ ต้องกระตุ้นไล่มาตามสเต็ปให้ถูกต้องแต่แรกนะครับ

Late Majority

กระแสที่ดีก็จะอยู่ในช่วงเวลานี้เลยครับ จนล่วงเลยมาถึงจุดที่เรียกว่ากลุ่มผู้ตามกระแส (Late Majority) เข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นคนหัวเก่าสักหน่อย หรือไม่ได้มีความพร้อมด้านต้นทุนเท่ากลุ่มแรก ๆ แต่ก็ยังมีความอยากจะอยู่ในกระแส จึงเข้ามาทีหลังเมื่อมีความพร้อมมากพอ กลุ่มนี้มีมากไม่แพ้กลุ่ม Early Majority ครับ ตัวเลขพอ ๆ กัน อยู่ที่ 34%

ช่วง Late Majority นี้ เอาจริง ๆ ถ้าพูดถึงเรื่องของเคสแอป Clubhouse ครั้งนี้​ มันยังไม่เกิดนะครับ ผมก็อยากให้พวกเราลองติดตามเรื่องนี้กันดู แล้วดูกระแสภาพรวม ดูคนรอบข้างที่มีพฤติกรรมตรงกับที่ผมเล่าให้ฟัง มีใครบ้างที่พูดถึงหรือมีส่วนร่วมกับแอปนี้ ซึ่งมันจะทำให้คุณเรียนรู้เรื่องนี้ได้อย่างเข้าใจถ่องแท้เลย ทีนี้แหละต่อไปจะทำสินค้าหรือบริการอะไรออกมา คุณจะเข้าใจถึงสเต็ปของการเดินทางของการสื่อสารแน่นอน

เอาหล่ะมาถึงกลุ่มผู้คนที่ยอมจำนน (Laggards) เป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ อาจเป็นผู้สูงวัย หรือผู้ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องใหม่ ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยี ซึ่งมีส่วนน้อยครับราว ๆ 16%

นินจาการตลาด
ใคร ๆ ก็เป็น Innovators ได้

หากจะลองเอาหลักนี้ไปใช้ สิ่งแรกที่เราต้องทำก่อนเลยคือ หากลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มให้เจอ ต้องรู้ว่าเค้าเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีพฤติกรรมอะไร แล้วค่อยสื่อสารการตลาดกับกลุ่มต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งโดยปกติการสื่อสารแต่ละกลุ่มเราจะใช้ Key Massage ที่แตกต่างกัน

แล้วอย่ายึดติดว่าคนนี้เป็น Innovators ของสินค้าตัวนี้ จะต้องเป็น Innovators ของสินค้าทุก ๆ ตัวเสมอไป บางคนเป็น Early Majority ของสินค้าตัวนึง แต่อาจจะเป็น Innovators ของสินค้าอีกตัวนึงก็เป็นได้ครับ เพราะพฤติกรรมบุคคลที่อาจจมีความชอบ มีความต้องการ มีความจำเป็น หรือมีงานอดิเรกที่ต้องใช้สินค้านั้น ๆ มีความหลากหลายในคน ๆ เดียวกัน

นินจาการตลาด
ดูให้ออกว่าเราเป็นคนกลุ่มไหน

อย่างที่บอกครับ ผมเล่าเรื่องนี้โดยจับหลักการมาให้อ่านกัน เพราะอยากให้ทุก ๆ ท่านเรียนรู้เรื่องการสื่อสารการตลาดแบบมีทิศทาง ไม่อยากให้เรียนรู้ตามกระแสที่เค้าว่ากันมากจนเกินไป หาหลักจับยึดบ้าง จะช่วยทำให้เราทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและสำเร็จได้ง่ายกว่าการที่ทำไปเรื่อย ๆ มีอะไรใหม่เข้ามาก็โดดไปจับทั้งหมด ยกเว้นเสียว่าในเรื่องการทำธุรกิจ คุณเป็นคนแบบ Innovators หรือ Early Adoptors ที่พร้อมจ่ายต้นทุนได้เสมอ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรก็ไม่เดือดร้อน อันนี้ไม่ห้ามครับ ทำเลย แล้วได้ผลยังไงมาเล่ามาบอกเผื่อแผ่เพื่อน ๆ ด้วย

แต่ถ้าไม่ เพราะคุณเป็นคนแบบกลุ่มในกระแส หรือ Early Majority ผมว่าการจับหลักการ การทำความเข้าใจหลักการ จะทำให้ทุกเรื่องไปอยู่ในกระแสที่ถูกต้องเหมาะสมกับคุณครับ หรือเรียกได้ว่าการอยู่ถูกที่ถูกเวลาจะเป็นผลดีต่อธุรกิจคุณนั่นเอง

แอป Clubhouse เองก็เช่นกัน การเข้าไปในนั้น คุณเองก็ต้องใช้ต้นทุนเรื่องเวลามากพอสมควรในการเข้าไปทำความเรียนรู้ และรู้จักแอปนี้อย่างจริงจัง ถึงแม้จะเริ่มมีคนมาเล่าให้ฟังแล้วว่ามันดีหรือมันด้อยยังไง เพราะมันก็ยังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างที่คุณเข้าไปเป็น Early Adoptors หรือ Early Mijority นั่นเอง

นินจาการตลาด
สามารถติดตามเนื้อหาสุด Exclusive ของนินจาการตลาดที่ไม่ได้ลงที่ไหนและคอร์สเรียนฟรี ให้พิเศษเฉพาะใน Facebook กลุ่มปิด “Digital Media Planning 2020” คลิกไปขอเข้าร่วมได้เลย มีอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด
นินจาการตลาด
และหากมีคำถามอยากให้ช่วยเหลือด้านการสื่อสารการตลาดดิจิทัล ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Media), เนื้อหา (Content) และ กลยุทธ์ (Strategy) สามารถเข้าไปทักสอบถาม อ.ออดี้ และผู้รู้มากมายใน “หมู่บ้านนินจา” LINE OpenChat 

ติดตามอ่านความรู้ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ในบทความครั้งต่อไป
กับ อ.ออดี้ – กิตติชัย ได้ใน Blog ของ นินจาการตลาด ที่นี่…

audy

audy

Leave a Replay

Sign up for our Newsletter

ติดตามบทความด้านการตลาดฟรีๆมากมายเพียงกรอกอีเมล์ด้านบนนี้

Scroll to Top