fbpx

Email Marketing กลยุทธ์สุดทรงพลัง ในการทำการตลาดยุคใหม่

นอกจากจะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียแล้ว อีกหนึ่งช่องทางที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ‘อีเมล’ เพราะจริง ๆ แล้วคนยังนิยมใช้กันอยู่นะ ลองสังเกตดูสิว่าส่วนใหญ่เรามักจะเช็กอีเมลกันอยู่แทบทุกวัน และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเดี๋ยวนี้จะทำอะไรก็ยังต้องใช้อีเมลอยู่ ซึ่งบอกเลยว่าอีเมลมีดีกว่าที่เราคิดเยอะ

เคยได้ยินคำว่า Email Marketing กันบ้างไหมล่ะ มันคือการใช้อีเมลในการทำการตลาด และดูเหมือนว่าการทำการตลาดผ่านทางอีเมล จะได้ผลลัพธ์ที่ทรงพลังกว่าการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เสียอีก โดยเฉพาะการรักษาความสัมพันธ์กับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ บอกเลยว่าค่อนข้างมาเหนือ

.

อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่า Email Marketing คืออะไร แล้วมันทรงพลังอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ เอาล่ะ ไปทำความรู้จักกับ Email Marketing กันเลยจ้า

อ่านต่อ
นินจาการตลาด

Email Marketing เป็นการทำการตลาดผ่านอีเมล ที่เน้นการสื่อสารแบบตัวต่อตัว เพราะรูปแบบของมันคล้าย ๆ กับการที่เรา Direct Message ไปหาลูกค้าโดยตรง แต่ไม่ใช่ขายตรงเด้อ ส่วนใหญ่เนื้อหาอีเมลจะเน้นการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสาร หรือเสนอโปรโมชันต่าง ๆ ให้กับลูกค้ามากกว่า หรือแจ้งข้อมูลการสั่งซื้อต่าง ๆ ในกรณีที่เป็นธุรกิจ e-commerce ต่างจากการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ที่ดูเหมือนเราจะพูดกับคนหมู่มากแบบรวม ๆ มากกว่า ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเป็นรายคนแบบอีเมล

นินจาการตลาด

แล้ว Email Marketing มันต่างจาก Email ทั่วไปยังไง ?

.

แน่นอนว่าอีเมลระบบปกติที่เราใช้กัน (Gmail/ Hotmail) ไม่ค่อยเหมาะกับการทำการตลาดสักเท่าไหร่ เพราะมันต้องมานั่งส่งอีเมลทีละคน แล้วพอส่งเยอะ ๆ ส่งหลาย ๆ คนเข้า ก็ถูกมองว่าเป็นสแปมอีก ชีวิตดูยุ่งยากเหลือเกิน

.

แต่ Email Marketing มันจะช่วยให้เราส่งอีเมลได้ทีละหลาย ๆ คน ส่งกี่อีเมลก็ได้พร้อม ๆ กัน โดยไม่โดนปัดไปเป็นสแปม แถมไม่เหนื่อยเราด้วย แค่ตั้งค่าเอาไว้ระบบก็ส่งให้เรียบร้อย จะส่งเป็นพันเป็นหมื่นคนก็ไม่หวั่น ส่งทั้งวันก็ยังไหวจ้า เพราะเราไม่ต้องมานั่งกดส่งเองทีละอัน

.

มาแยกดูทีละข้อกันแบบจะ ๆ เลยดีกว่าว่า Email Marketing มันต่างจาก Email ทั่วไปยังไง

นินจาการตลาด

1. ส่งกี่อีเมลก็ได้ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นสแปม

.

ลองคิดดูสิว่า ถ้าเราต้องส่งอีเมลหาลูกค้าสัก 300 คนพร้อมกันผ่านระบบ Gmail คิดว่าส่งไหวไหม เพราะต้องมานั่งส่งทีละคน แถมไม่ชัวร์อีกว่าอีเมลที่ส่งไปจะถึงผู้รับหรือเปล่า เผลอ ๆ โดนตีกลับมาอีก เพราะระบบอาจจะรวนจากการที่เราส่งเยอะเกินในเวลาไล่เลี่ยกัน และที่หนักไปกว่านั้นคือ เราอาจจะถูกดีดไปอยู่ในหมวด Spam ได้ เพราะส่งถี่เกินโดยเป็นเนื้อหาอีเมลเดิม ซึ่งถ้าเรากลายเป็น Spam แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าปัญหาเกิด เพราะกลายเป็นว่าการส่งอีเมลครั้งต่อ ๆ ไปของเรา เราก็จะยังคงไปอยู่ในหมวด  Spam เหมือนเดิม ไม่ว่าจะส่งให้ใครก็ตาม

.

แต่ถ้าเราเลือกใช้ Email Marketing Service ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้เราทำ Email Marketing ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเช่น Mailchimp ลองเข้าไปเล่นกันดูได้) ที่นี้เราอยากจะส่งสักพันอีเมลพร้อมกันก็ยังได้ แต่ผู้รับอาจจะไม่ได้รับอีเมลในเวลาเดียวกันเป๊ะ ๆ ขนาดนั้นนะ เพราะระบบมันจะจัดการทยอยส่งให้เราอย่างเป็นระบบ ได้รับอีเมลอย่างทั่วถึงแน่นอนจ้า

นินจาการตลาด

2. สามารถส่งอีเมลแบบอัตโนมัติได้ ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ ส่งใหม่ให้เสียเวลา

.

อันนี้ก็มีความคล้ายกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่สามารถตอบกลับอัตโนมัติได้ ยิ่งถ้าทำธุรกิจ e-commerce แนะนำให้ใช้ Email Marketing Service สุด ๆ เพราะการที่เราจะทำการซื้อขายกับใครสักคน แน่นอนว่าต้องส่งข้อมูลกันพรึ่บพรั่บมาก โดยเฉพาะการแจ้งนู่นนี่นั่นในอีเมล เพื่อเป็นหลักฐานการซื้อขาย

.

แต่ครั้นจะให้มาตอบกลับเองทั้งหมดก็คงจะเสียเวลากันมาก ๆ แถมถ้าตอบกลับช้าลูกค้าก็ไม่พอใจอีก หรือบางทีเราอาจจะลืมส่งเองก็ได้ เห็นไหมว่ามีแต่เสียกับเสีย แต่ Email Marketing Service เหล่านี้ จะให้เราตั้งค่าได้ว่า เราจะตอบกลับหรือแจ้งอะไร ในขั้นตอนไหน ในระยะเวลาเท่าไหร่ สะดวกมากจริง ๆ

นินจาการตลาด

3. ไม่อ่านเหรอ ? ส่งใหม่ก็ได้ (Auto Resend)

.

Email Marketing Service ต่าง ๆ จะมีฟีเจอร์ที่เราสามารถส่งอีเมลซ้ำ ให้กับคนที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีเมลได้อย่างอัตโนมัติ มันจะตามตื๊อจนกว่าคุณเธอทั้งหลายจะเปิดอ่านกันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องเช็กด้วยว่า เนื้อหาอีเมลที่เราส่งไป เป็นเรื่องด่วนหรือเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขนาดที่ว่าไม่เปิดอ่านไม่ได้เลยหรือเปล่า เพราะการส่งซ้ำขนาดนี้ก็อาจจะทำให้ลูกค้ารำคาญได้ ถ้าคอนเทนต์ไม่ดีพอ

นินจาการตลาด

4. อีเมลก็ทำ A/B Testing ได้ !

.

คุ้น ๆ ชื่อนี้กันบ้างไหมฮะ เพราะช่วงนี้นินจาการตลาดพูดถึงบ่อยอยู่เหมือนกันตามไลฟ์บนเพจ สำหรับ Email Marketing Service จะช่วยให้เราสามารถ Test ก่อนได้ว่า อีเมลแบบไหนได้ฟีดแบ็คที่ดีกว่ากัน โดยจะส่งอีเมลไปให้คน 2 กลุ่ม (จำนวนคนแต่ละกลุ่มไม่เยอะมาก เน้นเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ก็พอ) โดยใช้ชื่อหัวข้ออีเมลหรือเนื้อหาคอนเทนต์ที่ต่างกัน แล้วดูว่าแบบไหนได้ใจลูกค้ามากที่สุด (จำนวนการเปิดอ่าน/ คลิก) แล้วค่อยส่งอีเมลนั้นไปยังผู้ติดตามที่เหลือ

.

เช่น ถ้าเรามีลิสต์อีเมล 1,000 คน อาจจะส่งอีเมลไปที่คน 2 กลุ่ม ๆ ละ 50 คน โดยกลุ่มแรกใช้ชื่อหัวข้อ A และกลุ่มสองใช้ชื่อหัวข้อ B ซึ่งทั้งสองกลุ่มใช้เนื้อหาอีเมลเดียวกัน เมื่อเทสต์จนได้หัวข้ออีเมลที่ดีที่สุดแล้ว ค่อยส่งไปให้อีก 800 คนที่เหลือ

นินจาการตลาด

5. มีระบบหลังบ้านในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล

.

อันนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของ Email Marketing Service เลย เพราะจะมีฟีเจอร์ให้เราสามารถวัดผลได้ว่า มีคนเปิดอ่านอีเมลกี่คน ใครบ้างที่เปิดหรือไม่เปิดอีเมล ถ้าเปิดแล้วคลิกตรงไหนบ้าง ฯลฯ ถือว่าเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียด และมีประโยชน์มากในการ retargeting ซึ่งอีเมลระบบปกติไม่มีนั่นเอง

นินจาการตลาด

ขั้นตอนในการทำ Email Marketing

.

  1. เก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย โดยการใช้กลยุทธ์ยังไงก็ได้ ให้ได้อีเมลของลูกค้ามา
  2. ศึกษาและค้นหาเครื่องมือที่จะใช้ในการส่งอีเมลทีละเยอะ ๆ เช่น Mailchimp
  3. จัดเตรียมเนื้อหาคอนเทนต์อีเมลให้เหมาะสม ในการส่งแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันความรำคาญจนกลายเป็นสแปม อาจใช้ A/B Testing เป็นตัวช่วยในการเลือกอีเมลที่ดีที่สุด
  4. ตั้งค่าให้ระบบส่งอีเมลตามที่ต้องการ
  5. วัดผลและประเมินผล เพื่อเช็กว่าที่เราทำไปได้ผลยังไงบ้าง
นินจาการตลาด

ข้อดีของการทำ Email Marketing

.

  1. ใช้งบถูกมาก ถ้าเทียบกับการทำการตลาด หรือซื้อโฆษณาในโซเชียลมีเดีย

  2. สามารถส่งอีเมลถึงผู้รับหลาย ๆ คนพร้อมกันได้ ช่วยประหยัดเวลาและพลังในการทำงาน

  3. มีโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น เพราะอีเมลที่เราส่งไปส่วนใหญ่ จะเน้นการแจ้งข่าวสารโปรโมชันต่าง ๆ ไปให้ลูกค้าโดยตรง ยิ่งถ้าเราใส่ปุ่ม call to action ไว้ด้วยแล้วล่ะก็ ถ้าลูกค้าถูกใจก็กดซื้อได้เลยทันที แถมยังเป็นตัวช่วยในการกระชับมิตรกับกลุ่มลูกค้าเก่า และดึงคนใหม่ ๆ เข้ามาเป็นลูกค้าได้ด้วย

  4. สามารถแบ่ง section ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะรับรู้และได้เห็นว่าลูกค้าคือใคร ได้ชัดเจนกว่ากลุ่มเป้าหมายตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่บางครั้งระบบสุ่มใครมาให้บ้างก็ไม่รู้

  5. สามารถกำหนดงบในการทำการตลาดได้อย่างแน่นอน ช่วยให้ควบคุมงบไม่ให้บานปลายเหมือนการทำการตลาดในโซเชียลมีเดีย

  6. สามารถวัดผลและติดตามผลได้อย่างแม่นยำ ด้วยระบบหลังบ้านที่ใช้งานไม่ยาก และข้อมูลแน่นจริง

นินจาการตลาด

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการทำ Email Marketing ก็คือ ไม่ใช่พอรู้ว่าการทำ Email Marketing มันดี ก็ไปกระหน่ำส่งอีเมลใส่ลูกค้ารัว ๆ อันนี้ไม่แนะนำอย่างแรงเลย เพราะจากที่จะทำให้ลูกค้ารัก อาจจะกลายเป็นเกลียดได้ ควรเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ รวมไปถึงช่วงเวลาในการส่งอีเมลที่เหมาะสมด้วย เพราะการที่จะทำให้ลูกค้าเปิดอ่านอีเมลของเราไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนใหญ่มักจะเปิดอ่านเฉพาะเรื่องงานหรือเรื่องสำคัญเร่งด่วนเท่านั้น

.
ดังนั้นเราควรส่งเรื่องราวดี ๆ หรือ Value Content ไปให้ลูกค้า เผื่อวันไหนเขาเปิดมาจะได้รู้สึกประทับใจกับสิ่งดี ๆ ที่เราตั้งใจมอบให้ เพื่อดึงดูดให้เขามา subscribe เพื่อรับข่าวสารต่าง ๆ ผ่านการส่งอีเมลของเรา

นินจาการตลาด

หวังว่าทุกคนจะรู้จักกับ Email Marketing กันมากขึ้นนะ ยังไงก็ลองไปฝึกใช้กันดู แล้วจะรู้ว่าอีเมลมันไม่ธรรมดาจริง ๆ

นินจาการตลาด

สามารถติดตามเนื้อหาสุด Exclusive ของนินจาการตลาดที่ไม่ได้ลงที่ไหน ให้พิเศษเฉพาะใน Facebook กลุ่มปิด “หมู่บ้านนินจา” คลิกไปขอเข้าร่วมได้เลย มีอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด

นินจาการตลาด

และหากมีคำถามอยากให้ช่วยเหลือด้านการสื่อสารการตลาดดิจิทัล ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Media), เนื้อหา (Content) และ กลยุทธ์ (Strategy) สามารถเข้าไปทักสอบถาม อ.ออดี้ และผู้รู้มากมายใน “หมู่บ้านนินจา” LINE OpenChat 

ติดตามอ่านความรู้ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ในบทความครั้งต่อไป
กับ อ.ออดี้ – กิตติชัย ได้ใน Blog ของ นินจาการตลาด ที่นี่…

audy

audy

Leave a Replay

Sign up for our Newsletter

ติดตามบทความด้านการตลาดฟรีๆมากมายเพียงกรอกอีเมล์ด้านบนนี้

Scroll to Top