fbpx

จึ้งมาก!! #สรุปให้ในโพสต์เดียว 2 พส. ไลฟ์ยังไงถึงได้ปัง ถ้าวิเคราะห์ความดังด้วยหลักการตลาด

เรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย เมื่อพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ได้ออกมาไลฟ์สดสนทนา สอดแทรกธรรมะ ทาง Facebook

ทำให้คนดูแห่กันไปดูโดยมิได้นัดหมายถึง 2.1 แสนคน และได้กลายเป็นที่พูดถึงในทวิตเตอร์จนมี #พระมหาสมปอง #พระมหาไพรวัลย์ จนขึ้นเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์

อ่านต่อ
นินจาการตลาด

ด้วยการนำเสนอที่แตกต่าง การใช้คำที่ร่วมสมัย ทำให้คอนเทนต์ที่ออกมาถูกใจผู้คนหลายกลุ่ม และบรรดาคนที่เข้ามาดูก็ร่วมกันคอมเมนต์ข้อความต่าง ๆ มากมาย ทำให้เกิดยอดไลค์ ยอดแชร์ แบบถล่มทลาย แล้วพส.ทั้งสองนี้ก่อนจะมาไลฟ์สดแสดงธรรมเทศนา เขาทำอะไรมาก่อน อะไรคือไอเดียที่จุดประกายให้เขามาเริ่มไลฟ์สด พร้อมถอดแนวทางการตลาดจาก 2 พส.ที่ไลฟ์ยังไงให้ปังปุริเย่ วันนี้นินจาจะ #สรุปให้ในโพสต์เดียว

 

ก่อนอื่นจะบอกก่อนเลยว่า พส. ที่ย่อมาจากพระสงฆ์  และหากมีศัพท์แสงประหลาด ๆ อีกหลายคำโพล่มาในโพสต์นี้ อย่าพึ่ง “งง” กันนะสาว ๆ ศัพท์วัยรุ่นอะเนอะ

นินจาการตลาด

1.พระมหาสมปอง นับได้ว่าเป็นนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของไทย ท่านสำเร็จเปรียญธรรมถึง 7 ประโยคด้วยกัน ท่านมักจะเทศน์ธรรมมะที่เข้าถึงง่าย เข้าถึงคนฟัง และสอดแทรกความขบขันเข้าไปด้วย และท่านเองเคยได้รับพระราชทานรางวัล “เสมาธรรมจักร” ประเภทส่งเสริมการเผยแพร่พุทธศาสนา ในงานสัปดาห์วิสาขบูชาโลก เมื่อปี 2551

นินจาการตลาด

2. ส่วนพระมหาไพรวัลย์ ท่านบวชเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปี ด้วยต้องการโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากทางบ้านมีฐานะที่ยากจน จนทำให้ท่านจบเปรียญธรรม 9 ประโยคตั้งแต่ยังเป็นสามเณร พระมหาไพรวัลย์ นับได้ว่าเป็นพระรูปหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนประชาธิปไตยมาตลอดหลังการทำรัฐประหารปี 2557 และมักแสดงความคิดเห็น ให้แง่คิดต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดียในเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่เสมอ

นินจาการตลาด

3. พระมหาไพรวัลย์นั้นนับได้ว่าเป็นพระรุ่นใหม่ที่มักจะหยิบยกประเด็นข่าวในสังคม ออกมาให้แง่คิดในมุมต่าง ๆ ผ่านทางช่องทางออนไลน์อยู่เสมอ อย่างในช่วงวันพระ หรือ ช่วงที่มีกระแสสังคมต่าง ๆ พระมหาไพรวัลย์ ก็จะได้เปิดจอไลฟ์สด สอนธรรมะจากประเด็นต่าง ๆ ให้ญาติโยมได้ร่วมฟัง เช่น สาระธรรมในวันแม่ , ความฮักมันควรสิมีสองคนเท่านั่น และ ความเชื่อเรื่องวันนรกแตก ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับญาติโยมที่มาคอมเมนต์ ด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน มีเรื่องตลกขบขันมาสอดแทรกบ้างบางครั้ง ทั้งยังได้ปักหมุด ให้ญาติโยมได้ร่วมทำบุญกับกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

นินจาการตลาด

4. ด้วยความที่ พระมหาไพรวัลย์ ทันทุกกระแสโซเชียล ทั้งยังมีลีลาการใช้คำที่ไม่เหมือนใคร ใช้ศัพท์วัยรุ่นเอย กระเทยเอย ท่านก็ใช้เป็นหมด และก่อนหน้านี้ที่ท่านนำภาพของเหล่าสาวประเภท 2 มาถวายสังฆทาน แล้วใช้แคปชั่นว่า ไม่แกง ไม่ใช่กระเทย #แต่ละรายการนะน้องนะ หรือภาพ แม่หญิงลี มหาเทวีเจ้าแห่งเมืองทิพย์ พร้อมแคปชั่นว่า กาละเทศะนะน้องนะ = สำรวม  ซึ่งเป็นคำที่เหล่า LGBT มักพูดกันติดปาก ก็ทำให้หลายคนให้ความสนใจ จนคนกดไลก์กดแชร์กันสนั่นโซเชียล

นินจาการตลาด

5. บรรดาญาติโยมต่างก็พากันเข้าไปคอมเมนต์แซว และปั่นหลวงพี่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น อยากถวายหมูกระทะ หรือ ต้นกระบองเพชร ที่ขอให้นำนิ้วจิ้ม เพื่อจะร่วมบุญ และขอ F ต้นกระบองเพชร และโดเรมอน ทำเอาพระมหาไพรวัลย์ขำจนปอดโยก

นินจาการตลาด

6. ซึ่งพระมหาไพรวัลย์ก็บอกว่า แกงท่านไม่บาป และยังให้ธรรมะว่า ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์แบบไหน ก็อย่าทิ้งอารมณ์ขัน เพราะจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรามีความสุขอยู่ หาเสียงหัวเราะให้กับตนเองบ้าง สมองไม่ต้องหนักตลอดเวลา จนได้เริ่มเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ กระทั่งมีคนนำคลิปช่วงเวลาต่าง ๆ ไปโพสต์ลงในทวิตเตอร์ จน #พระมหาไพรวัลย์ เป็นที่นิยมทันที

นินจาการตลาด

7. พระมหาไพรวัลย์เองก็ได้ไลฟ์สดมาอย่างต่อเนื่อง ตามคำเรียกร้องของญาติโยมที่ชอบทักแช็ตไปหาท่านว่า “นิมนต์มาไลฟ์สดหน่อยเจ้าค่ะ” กันแน่นกล่องข้อความ หลาย ๆ คนนั้นมองว่ามันเป็นการผ่อนคลาย คลายเครียดในช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน จนทำให้ศัพท์บางคำที่ท่านเอาไปใช้ในตอนไลฟ์สด กลายเป็นคำฮิตติดปาก เช่น สภาพ!!, จึ้งมาก, สู่ขิต, และ จะเทย ที่เป็นคำพูดของกลุ่ม LGBT อยู่แล้วเป็นที่แพร่หลายกันมากขึ้นกว่าเดิม

นินจาการตลาด

8. จนนำไปสู่การไลฟ์สดแบทเทิล พร้อมข้อความแช็ตกับ พระมหาสมปองว่า จะลงจากบัลลังก์ดี ๆ หรือให้ยึดอำนาจ และบอกว่า หมดยุคของ พส.แบบอาจารย์แล้ว และหลังจากนั้นไม่นานก็ประกาศโพสต์ จะไลฟ์สดแบทเทิล ให้ญาติโยมร่วมฟังวันศุกร์กันในที่ 3 กันยายน ตอนสองทุ่มครึ่ง พร้อมเปิดโอกาสให้ญาติโยมออกแบบโปสเตอร์มาร่วมสนุกกันอีกด้วย

นินจาการตลาด

9.ในวันศุกร์ 3 กันยายน พส. ทั้งสอง ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ให้โลกออนไลน์ แม้ว่าจะสะดุดกับปัญหาอินเตอร์เน็ตไปบ้าง จนกระทั่งต้องไลฟ์ใหม่ แต่ก็ไม่ทำให้ญาติโยมหายไปเลย ยังเข้ามาชมใหม่พร้อมกันกว่า 2 แสนวิวโดยมิได้นัดหมาย ประชันความฮากันอย่างรัว ๆ ในไลฟ์สด ยังได้สอดแทรกธรรมะด้าน การใช้ชีวิตให้มีความสุข อย่ารอวันมีความสุข แต่ให้มีความสุขกับวันธรรมดา ซึ่ง ในไลฟ์สด ก็มีเสียงหัวเราะให้ญาติโยมอยู่ตลอดเช่นกัน

นินจาการตลาด

10. ทางด้านพระมหาสมปองเองตอนไลฟ์สด ท่านก็ได้ต่อสายหา หนุ่ม กรรชัย พิธีกรโหนกระแสคนดัง ที่ได้สอบถามพระทั้งสองรูปว่า ค่ำแล้ว ยังไม่จำวัดหรอ และอีกหนึ่งคน อย่าง น้าเน็ก ก็ได้ต่อสายเข้ามาว่า ไลฟ์สดครั้งนี้ ทำให้คนดูช่องของน้าเน็ก หายไปหมดเลย มาไลฟ์อะไรวันนี้ครับท่าน ทำเอาความนิยมได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ทันที

นินจาการตลาด

11. ปรากฏการณ์นี้ ยังมีแบรนด์ดังต่าง ๆ เข้าไปคอมเมนต์กันรัวๆ ฝากร้านบ้าง ไหว้สาบ้าง จนแทบไม่เห็นคอมเมนต์ของญาติโยมที่เข้าไปชม ซึ่งพระมหาไพรวัลย์เอง ก็เอ่ยแซวว่า จะส่งบิลไปเก็บค่าฝากร้าน จนเกิดกระแสตีกลับในโลกออนไลน์ ว่าเพจเหล่านั้นมีการตลาดที่เข้ามาเอนเกจเมนต์ฟรี บางรายก็ยังได้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม เช่น ชวนไปเล่นหนัง หรือ ซีรีส์วาย ที่หลายคนมองว่ามันไม่เหมาะสม และล้ำเส้นมากเกินไป แต่พส.ทั้ง 2 รูป ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งขอบคุณญาติโยมที่มาร่วมฟังธรรมในไลฟ์สดกันก่อนหน้านี้ แม้จะมีแบรนด์ต่าง ๆ ที่เข้ามาเบียดจนไม่เห็นคอมเมนต์ญาติโยม แต่ก็ยังมีคนเข้าไปชมกว่า 2 แสนคนสด ๆ เช่นกัน ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก ของพระมหาไพรวัลย์นั้น มีคนเข้าไปกดไลก์เพิ่มขึ้นนับล้าน ปัจจุบันมี 1,235,148 และ มีคนกดฟอลโลว์กว่า 1,746,227 ราย

นินจาการตลาด

12.เรียกได้ว่ามีกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด จนถ้ามองในมุมการตลาด หลาย ๆ ธุรกิจก็ควรหยิบเทคนิคหรือแนวคิดดี ๆ แบบนี้ไปปรับใช้กันดูบ้าง แล้วก็ไม่ได้นำไปใช้ไลฟ์อย่างเดียวเท่านั้น การโพสต์ภาพหรือคลิป ก็ใช้แนวทางนี้ได้เช่นกัน ซึ่งอย่างแรกที่ผมมองเห็นจากปรากฎการณ์การไลฟ์สดในครั้งนี้คือ

นินจาการตลาด

13. มีการวาง Character ที่ชัดเจน พส. ทั้งสองรูปนี้ดังเรื่องการสอนธรรมะสอดแทรกด้วยเรื่องราวตลกขบขันโดยเฉพาะพระมหาสมปอง ที่มีคาแรคเตอร์แบบนี้มาตั้งแต่ต้น ส่วนพระมหาไพรวัลย์เพิ่งจะมาเปลี่ยนแนวที่เน้นความตลกมาในช่วงปีหลัง เพราะตั้งใจจะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามามีส่วนร่วมก่อนแล้วค่อยเสริมธรรมะเข้าไปเมื่อได้ฐานแฟนที่ชื่นชอบมากพอ ตามหลักของ Customer Jouney ที่สร้าง Awareness ในช่วงแรกก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนผู้คนเหล่านั้นให้เกิด Conversion ตามมาในภายหลัง

นินจาการตลาด

14. ถ้าตามหลักของ Content Matrix แล้ว ท่านเลือกที่จะใช้ Quadrant ที่มีเนื้อหาแบบ Entertain (บันเทิง) แทนที่จะเลือกใช้เนื้อหาแบบ Education (ความรู้) เพื่อสร้าง Awareness (การรับรู้) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูขัดแย้งกับความปกติที่คนไทยเคยชินกับการฟังธรรมะ ที่มักจะเปิดหัวด้วยเนื้อหาเชิงเหตุผล อย่างการให้ความรู้มาก่อนเสมอ พอท่านนำเนื้อหาในเชิงเร้าอารมณ์ จึงทำให้เกิดการเข้าถึงและสร้างความสนใจเพิ่มขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

นินจาการตลาด

15. ใช้ความสม่ำเสมอในการออกมาไลฟ์จนผู้คนเคยชิน มีการวางกลยุทธ์ปั่นกระแสมาอย่างต่อเนื่องไม่มีตก ทำให้ทุกคนรอติดตามว่าจะมีอะไรต่อ และอยากที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในไลฟ์สดด้วย และไม่ใช่แค่ประชาชนคนไทยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น กลับกลายเป็นว่า แบรนด์ใหญ่ แบรนด์น้อยกลับแห่กันเข้าไปร่วมมีส่วนร่วมกับไลฟ์ของทั้ง 2 พส. ด้วย แน่นอนว่าจะทำให้ดึงเอาฐานแฟนผู้ติดตามของเพจต่าง ๆ เข้าไปสบทบด้วยอีกระดับหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้แสดงผลให้แฟนเพจของแบรนด์เห็นทั้งหมด จะแสดงแค่เพียงส่วนน้อยมาก ๆ เท่านั้น แต่เมื่อมีหลายแบรนด์เข้าไป มันก็เกิดกระแสเป็นคลื่นใหญ่ได้

นินจาการตลาด

16. จึงทำให้สามารถดึงดูดคนที่ชอบเนื้อหาคอนเทนต์แนวตลก แต่ก็แฝงไปด้วยข้อคิดดี ๆ อีกทั้งในขณะที่ตอนนี้โควิดก็ยังคงระบาดอยู่ คนก็ต้องอยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค แน่นอนว่าก็อาจจะเบื่อบ้าง เครียดบ้าง ไหนจะเรื่องการเมืองอีก พอท่านไลฟ์สดขึ้นมาเลยทำให้คนอยากเข้าไปดูเพื่อคลายเครียด

นินจาการตลาด

17. จึงทำให้สามารถดึงดูดคนที่ชอบเนื้อหาคอนเทนต์แนวตลก แต่ก็แฝงไปด้วยข้อคิดดี ๆ อีกทั้ง ในขณะที่ตอนนี้โควิดก็ยังคงระบาดอยู่ คนก็ต้องอยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค แน่นอนว่าก็อาจจะเบื่อบ้าง เครียดบ้าง ไหนจะเรื่องการเมืองอีก พอท่านไลฟ์สดขึ้นมาเลยทำให้คนอยากเข้าไปดูเพื่อคลายเครียด

นินจาการตลาด

18. การใช้หลัก Collaboration พส.ทั้ง 2 ขึ้นชื่อเรื่องความตลกด้วยกันอยู่แล้ว และถ้ายิ่งมาไลฟ์คู่กันอีก จะฮาขนาดไหน ยิ่งทำให้การไลฟ์ในครั้งนี้ ทรงพลังและน่าติดตามมากขึ้นไปอีก ซึ่งการ Collaboration นั้นมีให้เห็นตลอดทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ถือเป็นแนวทางที่นิยม และสร้างความสำเร็จได้มากในยุคนี้

นินจาการตลาด

19. การเลือก Timing ได้ดี ช่วงเวลาที่ท่านเลือกไลฟ์นั้น เป็นจังหวะที่เหมาะมากเพราะคนส่วนมากต้องอยู่ที่บ้านแล้วในตอนนั้นเพราะเคอร์ฟิวแล้วเลยทำให้คนต่างพากันแห่มาดูไลฟ์อย่างหนาแน่น

นินจาการตลาด

20. มีการเชื่องโยง Story telling ที่ดี พส. ทั้ง 2 ท่านได้หยิบหยกเหตุการณ์ ประเด็นดัง ๆ ในสังคมที่คนให้ความสนใจมาพูด มาสอน มาให้แง่คิด ทำให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายและมากขึ้น

นินจาการตลาดอยากให้ลองเลือกหยิบเอาเทคนิคดี ๆ สักแบบเอาไปลองปรับใช้กับการทำคอนเทนต์ หรือไลฟ์สดธุรกิจของตัวเองดูนะครับ ปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ให้เหมาะกับแบรนด์และกลุ่มลูกค้าของเรา นินจาการตลาดมาวิเคราะห์เรื่องเองแล้ว ก็คงต้องเอาบางเรื่องลองใช้ดูบ้างเช่นกัน 

.
ครั้งหน้าถ้าท่านไลฟ์อีกก็ลองไปสังเกตวิธีการไลฟ์ของท่านดูนะครับ เพื่อจะได้ไอเดียอะไรแปลกใหม่มา ปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเอง กันดูนะครับ รับรอง จึ้งแน่

นินจาการตลาด
สามารถติดตามเนื้อหาสุด Exclusive ของนินจาการตลาดที่ไม่ได้ลงที่ไหนและคอร์สเรียนฟรี ให้พิเศษเฉพาะใน Facebook กลุ่มปิด “Digital Media Planning” คลิกไปขอเข้าร่วมได้เลย มีอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด
นินจาการตลาด
และหากมีคำถามอยากให้ช่วยเหลือด้านการสื่อสารการตลาดดิจิทัล ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Media), เนื้อหา (Content) และ กลยุทธ์ (Strategy) สามารถเข้าไปทักสอบถาม อ.ออดี้ และผู้รู้มากมายใน “หมู่บ้านนินจา” LINE OpenChat 

ติดตามอ่านความรู้ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ในบทความครั้งต่อไป
กับ อ.ออดี้ – กิตติชัย ได้ใน Blog ของ นินจาการตลาด ที่นี่…

audy

audy

Leave a Replay

Sign up for our Newsletter

ติดตามบทความด้านการตลาดฟรีๆมากมายเพียงกรอกอีเมล์ด้านบนนี้

Shopping Cart
Scroll to Top